
ในที่สุดทางเว็บไซต์ก็มีเคส iPhone 4 มาลองทดสอบรีวิวกันเป็นครั้งแรก และจัดมาพร้อมกันเป็นแพคคู่อีกด้วย เคสที่ว่านี้คือ id America Ice และอีกรุ่น Dry Ice แบรนด์ดังจากอเมริกา ไม่จำเป็นต้องรักพี่เสียดายน้องครับ งานนี้ต้องจัดทั้งคู่ไปเลย หลังจากรีวิวแล้วถือว่าใช้งานได้ดีมากทีเดียว เพราะเสน่ห์ที่ดึงดูดใจก็คือความใสและความขาวขุ่นของตัวเคสที่เปรียบเสมือนห่อด้วยน้ำแข็ง พร้อมความแข็งแรงของตัวเคสที่มั่นใจให้ปกป้องน้อง iPhone 4 ของเราได้แน่นอน..
ก่อนอื่นเราจะไล่ดูตั้งแต่กล่องด้านนอก เพราะส่วนมากทุกคนต้องอ่านฉลากด้านข้างเป็นอันรองจากรูปลักษณ์ที่มองครั้งแรกอยู่แล้ว หลังจากนั้นเราจะมาแกะกล่องดูรูปโฉมเคสทั้งคู่กัน พร้อมทดสอบกับตัวเครื่อง iPhone 4 โดยรีวิวนี้จะใช้ iPhone 4 สีขาว ส่วนสีดำต้องรอให้นำไปช่วยกันทดสอบครับ
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก www.BBiPhone.com ที่ส่งสินค้ามาให้ทดสอบกันครับ หากใครสนใจสั่งซื้อสินค้าสามารถเข้าไปดูในเว็บไซต์ได้เลย
เริ่มลงมือกันเลยครับ…
แกะกล่องเจออะไรบ้าง?

สังเกตตัวอักษรด้านบน id America และด้านท้ายกล่องบอกรุ่น Ice บ่งบอกถึงความใสเหมือนน้ำแข็งและ Dry Ice จะมีลักษณะขุ่นขาวนวล ช่องตรงตำแหน่งกล้องจะมีสีดำ ด้านท้ายเคสจะมีตัวอักษร “BORN IN NEWYORK” ซึ่งจะเขียนไว้ด้านในเคส แต่สามารถอ่านจากด้านนอก ดูรายละเอียดส่วนอื่นของกล่องกันครับ

ด้านหลังกล่องจะมีวิธีอธิบายการประกอบเคส แต่ไม่ยากครับ แค่ประกบเข้ากับเครื่อง iPhone 4 เท่านั้น เดี๋ยวช่วงกลางๆ รีวิวจะได้เห็นกัน คราวนี้จะเริ่มแกะแล้ว จะเจอตัวเคสนอนรออยู่ด้านในดังรูปครับ

ถ้าแกะกล่องแล้วก็จะเห็นชิ้นส่วนทั้งหมดดังนี้

จะสังเกตของแถมในกล่อง มีฟิล์มกันรอยแถมมาด้วย 1 คู่สำหรับด้านหน้าและหลัง ซึ่งจะถูกซ่อนในกล่องพับสีดำยาวๆ พร้อมผ้าเซ็ดไมโครไฟเบอร์ (Microfiber Cleaning Cloth) สีม่วงผืนใหญ่พร้อมแผ่นรีดฟองอากาศ (Installation Squeegee) อีกด้วย ดังรูปด้านล่างนี้


เป็นไงกันครับ หลังแกะกล่องออกมาให้เห็นกันแล้ว ต่อไปมาดูว่าเคส id America Ice และ Dry Ice จะน่าใช้แค่ไหน?
มุมมองตัวเคส!




ตัวเคสที่แกะออกมาจากกล่องจะมี 2 ส่วนประกบกันอยู่ครับ จากรูปด้านบนจะเป็นรุ่น id America Ice ซึ่งมีลักษณะโปร่งใสของตัวเคส ทำให้เรามองทะลุผ่านเข้าไปด้านในได้อย่างชัดเจน ดังนั้นถ้าตัวเครื่อง iPhone เป็นสีขาวหรือดำก็จะเหมือนกับไม่ได้ใส่เคสกันเลยทีเดียว มาดูแบบ id America Dry Ice กันบ้างครับ ว่าความขาวขุ่นจะชนะความใสได้หรือไม่?





ความขาวขุ่นของ Dry Ice ให้ความสัมผัสที่นุ่มกว่าแบบใสของ Ice มากแค่ไหน? ถ้าเราแกะออกจากกันแยกเป็น 2 ชิ้นบ้างจะเป็นอย่างไร?


ลักษณะการประกบกันของส่วนบนและล่างของตัวเคสทำออกมาได้ดีมากครับ จะมีสลักล็อคยึดไว้ด้วยกันเวลาประกอบ ไม่ทำให้หลุดง่าย เพราะมีรอบทั้ง 4 ด้านของตัวเคส โดยมีสลักล็อค 4 มุมและด้านข้าง 3 ด้าน ส่วนด้านที่ต่อกับสาย Sync จะไม่มี




จัดรูปกันไปอย่างจุใจ สลักล็อคที่เห็นนี้เวลาเรานำเคสมาประกบกับตัวเครื่อง iPhone 4 ทำได้ไม่ยากครับ วางให้ตรงกันแล้วกดทีละมุมเข้าด้วยกัน จะได้ยินเสียงดังแคร็บๆ ไล่กดให้ครบทุกมุมเป็นอันเสร็จครับ ไม่ยากๆ จากรูปด้านล่างจะเป็นเครื่อง iPhone 4 สีขาว เพราะคิดว่าความใสกับความขาวน่าเข้ากันได้ดี ส่วนเครื่องสีดำก็คงไม่ต่างกันครับ มองทะลุผ่านไปเห็นตัวเครื่องเช่นกัน รูปด้านล่างนี้แค่วางประกบกันยังไม่ได้กดมุมให้ชิด

และหลังประกอบเสร็จแล้วจะสังเกตตัวเคสจะฟิตพอดีกับตัวเครื่อง ตัวล็อคทุกมุมเข้ากันได้เป็นอย่างดี แนบสนิททุกด้าน ตามรูปด้านล่างประกอบเสร็จแล้วพร้อมใช้งานได้เลย…

ทดสอบกับเครื่อง iPhone 4 สีขาว
คราวนี้เรามาดูว่าเคส id America Ice และ Dry Ice จะเข้ากับเครื่อง iPhone 4 สีขาวได้เนียนขนาดไหนบ้าง? จะถูกใจใครหลายคนหรือไม่?
แบบ Ice หรือ โปรงใส

เป็นรูปด้านข้างฝั่งปิด/เปิดเสียงและปรับเพิ่ม/ลดเสียง จะสังเกตเห็นมุมเว้าลงไปหาด้านหลัง สอดรับกับนิ้วที่จับมาจากด้านหลังเป็นอย่างดี แนวยาวส่วนที่เหลือเป็นแบบปิดไม่มีช่องใดๆ สังเกตรอยคลิปล็อคจะเป็นอันเดียวกันไม่โผล่ออกมาให้เห็นแต่อย่างใด

ส่วนของด้านเสียบสาย Sync มีรูปตัวอย่างด้านล่างให้ดูเมื่อเสียบแล้วจะเป็นอย่างไร เคสทำออกมาได้ดูดีมาก พอดีกับช่องเสียบดีทีเดียว

ช่องเสียบซิมถ้าต้องการเปลี่ยนต้องแกะเคสออกก่อนครับ เพราะเคสจะปิดส่วนนี้ ด้านนี้ดูเรียบไม่มีช่องโหว่ใดๆ ถือว่าไม่ทำให้ความเรียบและใสหายไปเลยทีเดียว

ด้านบนช่องเสียบหูฟังและปุ่มปิด/เปิดเครื่อง มีรูปตัวอย่างเสียบหูฟังด้านล่างสุด ส่วนปุ่มปิด/เปิดเครื่องจะเว้าไปด้านหลัง ถ้าจะสอดนิ้วมาจากด้านหลังจะสะดวกในส่วนนี้ ไม่ต้องเอานิ้วจิ้มลงตรงๆ เหมือนเคสที่ออกแบบมาเป็นรูตรงกลาง ทำให้การใช้งานง่ายขึ้นให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้ใส่เคสเลยทีเดียว

ด้านหน้าของเคสมุมตรงให้ความโปร่งใสอย่างเห็นได้ชัด และด้านหลังของเคสจากรูปด้านล่างสไตล์นี้น่าสนใจ ใครที่ชอบแบบใสๆ ต้องจัดไปซะแล้ว

เปลี่ยนมาดูแบบ Dry Ice หรือ ขาวขุ่นกันบ้างครับ


สำหรับคนไม่ชอบใสมาก ขุ่นบ้างเล็กน้อยก็เท่ห์ไปอีกแบบครับ ไม่ต้องระวังรอยข่วนมาก หรือรอยเปื้อนที่จะเห็นได้ชัดเหมือนโปร่งใส แต่ก็ไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะบางทีเราซื้อมาคงไม่รอให้เก่าก่อน บางคนอ่านจะเปลี่ยนไปแล้ว.. เป็นอย่างนั้นก็ไม่ว่ากันครับ

ส่วนบนออกแบบมาเหมือนแบบ Ice ต่างกันแค่สีโปร่งใสเท่านั้น นอกนั้นก็เหมือนกัน แต่ความรู้สึกที่ได้ต่างกันเล็กน้อย ซึ่งขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนเป็นหลักครับ

ขอบตรงตำแหน่งเลนส์กล้องจะเป็นขอบสีดำกันฝุ่นเข้าเคสได้ครับ ทำออกมาสีตัดกับขาวได้ลงตัวทีเดียว และจะเห็นว่าแบบ Dry Ice ก็ยังมีความโปร่งใสของตัวเคสอยู่ ไม่ได้ทึบไปเลยทีเดียวทั้งหมดครับ
สรุปผลการทดสอบ
จากที่ทำการทดสอบทั้ง 2 เคสทั้งแบบ Ice และ Dry Ice อย่างแรกให้ความสัมผัสที่ต่างกัน แบบใสให้ความขี้เล่นของเคส การวางเกะกะตามอุปกรณ์ข้าวของอย่างอื่นๆ ได้เด่นสุด เพราะจะออกแนวใสๆ ส่วนแบบขาวขุ่นให้ความนุ่มลึกของเคสลงไปอีกแบบเรียบๆ มาดูรายละเอียดและข้อดีและข้อเสียกันครับ
| รายละเอียด | แบบ Ice และ Dry Ice |
|---|---|
| ลักษณะรวมภายนอก | ด้วยความใสของเคสแบบ Ice ทำให้มองเห็นตัวเครื่องได้เหมือนไม่ได้ใส่เคสจริงๆ มีแต่ความหนาที่เพิ่มเข้ามา แต่ถือว่าไม่มาก และแบบ Dry Ice ความขุ่นก็ช่วยดูแลรักษาที่ง่ายกว่า ไม่ได้ทึบไปเลยซะทีเดียว |
| วัสดุประกอบเคส | โครงสร้างหุ้มเกราะถึง 4 ชั้น โดยตัวเคสด้านในทำจากพลาสติกแข็งชนิดโพลีคาร์บอเนต ที่มีความโปร่งใส และแข็งแรงมาก ต้านทานการรอยขีดข่วนได้ดี นิยมนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์แทนแก้วหรือกระจก ภายนอกเคลือบด้วยซิลิโคน ซึ่งแบบ Dry Ice จะให้ความรู้สึกนุ่มแะยืดหยุ่นมากกว่า Ice แต่ผิวของแบบ Ice จะให้ความรู้สึกที่เรียบกว่าแบบ Dry Ice |
| งานประกอบ | ถือว่าทำออกมาได้ดี พร้อมล็อครอบด้านทั้ง 7 จุด ตัวเคสแน่นไม่หลุดง่าย |
| ช่องเสียบหูฟัง | ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเสียบเข้า/ออก |
| ช่องกดปิด/เปิดเครื่อง | มีรอยเว้าจากด้านหลัง ถือว่าถนัดในการปิด/เปิด |
| ช่องเพิ่ม/ลดเสียง | มีรอยเว้าจากด้านหลัง ถือว่าถนัดในการเพิ่ม/ลด |
| การประกอบเคส | ถือว่าง่ายมาก แค่วางให้ตรงจุดแล้วก็กดรอบตัวเคส ให้ตรงตำแหน่งล็อคเท่านั้น |
| การแกะถอดเคส | แบบใสเหมือนถอดออกยากกว่าแบบขุ่นหรือ Dry Ice เล็กน้อย อาจจะเพราะความนุ่มของแบบ Dry Ice จึงแกะออกได้ง่ายกว่า แต่ไม่ยากครับ แค่จับด้านล่างเคส บริเวณช่องเสียบสาย Sync แยกออกจากกันในมุมใดมุมหนึ่ง แค่นั้นเคสก็จะหลุดออกมาแล้ว |
| การดูแลรักษา | ทั้ง 2 แบบเมื่อมีน้ำหกใส่ สามารถเช็ดออกได้ง่าย ไม่เลอะฝังลึก แต่เคสแบบใสจะเป็นรอยขีดข่วนเห็นชัดกว่าแบบขุ่น อันนี้ต้องระวังนิดหนึ่ง |
ข้อดี
- รูปลักษณ์ที่สวยงามถือว่าออกแบบได้ลงตัวมาก
- จุดล็อคทั้ง 7 ทำให้เคสยึดแน่นกับ iPhone 4 ได้ดี
- สะดวกในการใช้งานปุ่มปิิด/เปิดเครื่อง ปรับลด/เพิ่มเสียง เพราะเว้าจากด้านหลัง
- ทำความสะอาดง่าย
- ทำจากวัสดุพลาสติกประเภทโพลีคาร์บอเนต เคลือบด้านนอกด้วยซิลิโคน ทำให้เกิดความแข็งแรงและทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดี
ข้อเสีย
- ความโปร่งใสของ Ice ถ้าเกิดรอยขีดข่วนหรือรอยสกปรก อาจจะเห็นได้ชัดกว่าแบบ Dry Ice
- แบบ Dry Ice จะเกิดรอยนิ้วมือเวลาจับได้ง่ายกว่าแบบ Ice
- การถอดเคสแบบ Ice จะทำได้ค่อนข้างยาก อาจจะเป็นที่ตัววัสดุค่อนข้างแข็งการดึงต้องระวังเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับเครื่อง iPhone ได้
โดยรวมแล้วถือว่าใช้ดีมากครับ เวลาจับจะถนัดไม่ลื่นมือ ผมชอบแบบ Dry Ice เพราะเป็นคนวางเคสไว้ทุกสถานที่ ไม่ค่อยระวัง จะได้ไม่ต้องระวังความสกปรกมากนัก ส่วนท่านอื่นก็ตามความชอบกันได้เลย ถือว่าคุ้มกับราคาที่จ่ายไปครับ
ราคาสินค้า : 790 บาท
หากท่านสนใจสินค้าตัวที่ทีมงานรีวิวนี้สามารถคลิกสั่งซื้อได้ ที่นี่
ขอบคุณผู้สนับสนุน www.BBiphone.com ที่ส่งเคสร่วมรีวิวกับ iReview Ads ด้วยนะครับ อย่าลืมรอติดตามรีวิวเคส iPad 2 เร็วๆ นี้ครับ













Pingback: รีวิว เคส iPad 2 : Viva Vercaso Collection รุ่น Vibrant Series [iReview Ads] | iMaiCafe