รีวิว เคส iPad 2 : Viva Vercaso Collection รุ่น Vibrant Series [iReview Ads]

มาต่อกันด้วยเคส iPad 2 ครับ หลังจากเราได้ทดลองรีวิวเคส iPhone 4 id America Ice และ Dry Ice แบรนด์ดังจากอเมริกาไปแล้ว คราวนี้มาดูเคส Viva Vercaso Collection รุ่น Vibrant Series กันบ้างครับ มาพร้อมความสวยงาม ทันสมัย ภายใต้การออกแบบ “Work, Surf & Play” ด้านในบุ Microfiber ป้องกันรอยขีดข่วน ปรับระดับมุมมองได้ 3 ระดับ วัสดุทำจากหนังเทียมคุณภาพเยื่ยม ทนทาน แถมเวลาปิดฝาเครื่องก็จะเข้าโหมด Sleep/Awake เองอัตโนมัติเหมือน Smart Cover อีกด้วย

เคสมีหลายสีครับ เช่น สีฟ้า, สีชมพู, สีเหลือง, สีส้ม, สีแดง เป็นต้น ที่เรานำมารีวิวจะเป็นสีแดง ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับการใช้งานได้แบบง่ายๆ มั่นใจให้ปกป้องน้อง iPad 2 ของเราได้แน่นอน..

ต้องขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก www.BBiPhone.com ที่ส่งสินค้ามาให้ทดสอบกันครับ หากใครสนใจสั่งซื้อสินค้าลองแวะเข้าไปเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ได้เลย

ก่อนอื่นเราจะไล่ดูตั้งแต่กล่องด้านนอกตามเคย เพราะกว่าเราจะเลือกซื้อเคสมาซักอัน ผมเชื่อว่าทุกคนต้องอ่านฉลากด้านข้างเป็นอันรองจากรูปลักษณ์ที่มองครั้งแรกแน่นอน หลังจากนั้นมาแกะกล่องดูรูปโฉมเคส พร้อมทดสอบกับตัวเครื่อง iPad 2 โดยรีวิวนี้จะใช้เครื่องสีขาว ส่วนสีดำต้องรอให้เพื่อนๆ นำไปช่วยทดสอบกันครับ

อดใจไม่ไหวแล้ว เริ่มลงมือกันเลย

แกะกล่องเจออะไรบ้าง?

ป้ายบอกยี่ห้อ Viva ด้านบนอย่าลืมสังเกตสำหรับ iPad 2 Series ด้วยนะครับ แถบรูปตรงกลางจะแนะนำวิธีใช้งานของเคส เราสามารถเลือกประกอบแบบให้เหมาะสมได้ และไล่ถัดลงมาจะระบุรุ่น Vibrant Collection ที่มีสีแดง (สังเกต ป้ายสีแดงวงกลม)

ถ้าพลิกดูด้านหลังก็จะเห็นร่องตรงกลาง ส่วนนี้จะนำมาใช้วางเคสเพื่อปรับระดับมุมมองได้หลายระดับ ซึ่งจะอธิบายต่อไปในส่วนท้ายๆ ครับ และ Made in China ด้านล่างขวา รับประกันของแท้คร่าวๆ ภายนอกตามนั้นครับ คราวนี้ลองมาแกะซองพลาสติกแข็งที่ห่อไว้ออก จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร?

เวลาแกะกล่องครั้งแรก ถ้านำมาดมดูจะได้กลิ่นหนังเทียมด้วยครับ ฝาปิดหน้าเคสจะออกแนวเรียบหรู อันนี้ต้องขอชมว่าทำออกมาได้เหมือนสมุดจดงานจริงๆ ใครที่ชอบพกหรือถือสมุดเข้าห้องประชุมหละก็ ผมว่าเหมาะมากครับ ส่วนถ้าใครไม่ชอบสีแดงก็เลือกให้เหมาะกับที่เราชอบครับ :)

ด้านหลังจะสังเกตเห็นรูสำหรับกล้องหลัง iPad 2 อยู่ส่วนบนของเคส ถ้าเราแกะฝาเปิดเคสออกจากแผ่นโฟมสีขาวที่เห็นก็จะได้ดังรูปด้านล่างนี้ บนฝาโฟมสีขาวจะมีวิธีแนะนำการประกอบเคสให้เราเข้าใจได้ง่ายๆ ครับ

เป็นไงครับ รายละเอียดหลังแกะเคสออกจากซองแล้ว เรียกน้ำย่อยพอไหวกันไหม? ต่อไปเรามาดูรายละเอียดของตัวเคสกันดีกว่า ว่าแต่ละส่วนจะสวยแค่ไหน?

มุมมองตัวเคส

แต่ละมุมรอบด้านสวยแค่ไหน?

สังเกตตะขอรอบตัวเคสที่เห็นแต่ละด้านจะใช้สำหรับเกี่ยวมุมเครื่อง iPad 2 ครับ ตะขอจะมีลักษณะแข็ง ด้านฝาเปิดจะมีขนาดใหญ่กว่ามุมทั้ง 4 ด้าน ถ้านำมากางออกจะเห็นด้านในและด้านนอกทั้งหมดตามนี้ครับ

ตะขอทั้งหมดจะมี 7 จุด ฝาหลัง 6 จุดและ 1 จุดบนฝาหน้าเพื่อเอาไว้ยึดระหว่างเคสเวลาปิดประกบเข้าด้วยกัน สังเกตว่าจะมีกระเป๋าให้เราใส่นามบัตรหรือประยุกต์ใส่บัตรอย่างอื่นได้ด้วย ซึ่งจะเป็นส่วนที่ปิดประกบหน้าเครื่อง

ด้านฝาหน้าที่ใช้ปิดหน้าเครื่อง iPad 2 ด้านนอกจะเป็นพื้นเรียบ ส่วนด้านนอกฝาหลังเคสจะมีร่องตรงกลางไว้พับปรับระดับมุมมองเครื่อง

มุมมองตะขอเกี่ยวด้านในทั้งหมดครับ ดูกันแบบชัดๆ ไปเลย นอกจากตะขอจะยึดตัวเครื่อง iPad 2 แล้วยังเป็นจุดสัมผัสเครื่องอีกด้วย ใครที่กลัวเคสเป็นรอยเพราะตัวเคสเองคงต้องดูกันดีๆ ครับ ในส่วนนี้จะเป็นหนังนิ่มๆ รองรับทั้ง 4 มุม ส่วนมุมข้างที่เหลือรวมถึงที่ยึดปิดเคสจะเป็น Microfiber แสดงว่าตัวเคสออกแบบมาค่อยข้างดี ถ้านำ Microfiber มารองรับ 4 มุมแทนหนังอาจจะยุ่ยได้ถ้าใช้ไปนานๆ

ตัวพื้นผิวด้านในเป็นผ้า Microfiber เพื่อป้องกันรอยขีดข่วนระหว่างเคสและตัวเครื่อง iPad 2 อันนี้ต้องชมว่าทำออกมาได้ดีครับ คนที่เป็นห่วงว่าเคสจะทำให้ผิวเครื่องเสียหายซะเอง อันนี้ผมว่าป้องกันได้ดีทีเดียว

และอีกจุดหนึ่งที่เราต้องตรวจสอบกันเป็นพิเศษ คือ โลโก้ยี่ห้อสินค้าที่รับประกันว่าเป็นของแท้ เป็นสีสกรีนข้อความ “VIVA madrid” แบบฝังลึกลงไปบนตัวหนังเคสด้านใน ดังรูปด้านล่าง

ทดสอบกับเครื่อง iPad 2 สีขาว

คราวนี้เรามาดูว่าเคส iPad 2 สีขาว จะเข้ากับเครื่องได้เนียนแค่ไหน? จะถูกใจใครหลายคนหรือไม่? จัดไปครับ..

สวมเคสเข้ากับเครื่อง iPad 2 สีขาวได้ไม่ยากเลย

การสวมเคสเข้ากับเครื่อง iPad 2 ไม่ยากเลยครับ แค่วางให้ตรงและให้ตะขอแต่ละมุมล็อคตัวเครื่องให้พอดีดังรูปด้านบนนี้แค่นั้น เราก็พร้อมนำ iPad 2 มาใช้งานได้แล้วครับ

ลองดูแต่ละมุมหลังประกอบเสร็จแล้ว

มุมมองแต่ละส่วนที่ประกอบเสร็จแล้ว ฝาปิดหน้าเคสด้านบนจะออกแนวเรียบหรู ส่วนฝาหลังจะมีร่องใช้ปรับระดับ การประกอบถือว่าทำได้ดีทีเดียว เข้ากับตัวเครื่องได้พอดีจริงๆ ถือแล้วไม่ลื่นมือ ตะเข็บรอยทำได้เรียบร้อยทุกมุมครับ ช่องรูตรงตำแหน่งกล้องก็ทำออกมาได้พอดีเช่นกัน สังเกตด้านล่างที่เสียบหูฟังจะปล่อยโล่ง และด้านล่างเคสที่เป็นช่องต่อ Sync ก็ปล่อยโล่งเช่นกัน (รูปบนสุด)

อีกหนึ่งจุดเวลาเราปิดฝาพับเข้ามาชิดกัน ตัวตะขอทั้ง 6 จะรองรับฝาบนไม่ให้ทับหน้าเครื่อง iPad 2 ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้งั้นซองใส่นามบัตรและร่องปรับระดับไปประทับรอยไว้หน้า iPad 2 เอาได้ง่ายๆ ได้ แต่ก็อย่าเอาอะไรมาวางทับซ้ำลงไปอีกนะครับ ต้องระวังส่วนนี้ด้วยเช่นกัน

ลองนำมาตั้งโต๊ะดูบ้างครับ วิธีด้านล่างนี้เราจะต้องแกะตะขอมุมด้านในที่ยึดเครื่องไว้ออกแล้วพับไปด้านหลังตามรูปด้านล่าง และในส่วนนี้เองที่เราอาจจะสงสัยว่าร่องเคสด้านหลังเอาไว้ทำอะไร? ก็เพื่อให้เรางอฝาพับปรับระดับไงครับ..

สังเกตร่องของเคสจะมีแนววาง 2 แนวปรับได้ 2 ระดับ แต่ถ้าเรานำออกจากร่องทั้ง 2 คล้ายๆ กับวางระนาบลงไปเลย จะมีตัวล็อคอีก 1 ระดับ ซึ่งเป็นตัวเดียวกันกับล็อคที่ยึดให้ฝาเคสเข้าด้วยกัน ดังรูปด้านในแกลลอรี่ครับ

นอกจากนี้ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายแบบดังตัวอย่างแกลลอรี่ด้านล่างครับ

สรุปผลการทดสอบ

จากที่ทำการทดสอบถือว่าตัวเนื้องานทำออกมาได้ดี ด้านในเป็น Microfiber ป้องกันตัวเครื่อง iPad 2 ได้ดี หัวมุมล็อครอบยึดตัวเครื่องให้ติดกับเคสไม่ให้หลุดได้ง่ายๆ โดยรวมแล้วถือว่าเป็นอีกเคสที่น่าสนใจ ไว้ใจให้ป้องป้องน้อง iPad 2 ได้สบายๆ ครับ

ข้อดี

  • รูปลักษณ์ที่สวยงามถือว่าออกแบบได้ลงตัวมาก
  • จุดล็อคตะขอทั้ง 7 ทำให้เคสยึดแน่นกับ iPad 2 ได้ดี
  • เวลาปิด/เปิดฝาหน้า การทำงานเหมือน Smart Cover ถือว่าสะดวกตรงนี้มาก
  • ด้านในบุ microfiber ป้องกันรอยขีดข่วน
  • สามารถปรับระดับมุมมองได้ 3 ระดับ เลือกเหมาะกับการใช้งานแต่ละช่วงเวลาได้ดีทีเดียว
  • วัสดุทำจากหนังเทียมคุณภาพเยื่ยม ทำความสะอาดง่าย

ข้อเสีย

  • ปุ่มปิด/เปิดเครื่องจะไม่ค่อยสะดวกนัก สังเกตจะมีตะขอเกี่ยวยึดมุมส่วนนั้นไว้ แต่ก็ไม่เป็นปัญหาครับ
  • เปิดครั้งแรกอาจจะมีกลิ่นหนังเทียมบ้าง ถ้าใช้ไปนานๆ กลิ่นก็หายไป
  • วัสดุที่ทำจากหนังต้องระวังเรื่องการทำความสะอาด เวลาดื่มน้ำก็เอาออกห่างๆ แก้วน้ำละกันครับ

โดยรวมแล้วถือว่าใช้ดีครับ ผมชอบเวลาปรับระดับมุมมองของตัวเคสได้หลายระดับดี พอจะเล่มเกมหรือนั่งพิมพ์ก็ปรับลดระดับได้ไม่ยาก มีร่องให้วางกันหน้าจอลื่นอยู่แล้ว ส่วนท่านอื่นก็ตามความชอบกันได้เลย ถือว่าคุ้มกับราคาที่จ่ายไปครับ

ราคาสินค้า : 1,750 บาท

หากท่านสนใจสินค้าตัวที่ทีมงานรีวิวนี้สามารถคลิกสั่งซื้อได้ ที่นี

ขอบคุณผู้สนับสนุน www.BBiphone.com ที่ส่งเคสร่วมรีวิวกับ iReview Ads ด้วยนะครับ