The new iPad มีอะไรบ้างที่คุณต้องรู้?

เปิดตัวกันไปแล้วสำหรับ iPad รุ่นใหม่ของ Apple ที่มีชื่อเรียกว่า “The new iPad” ชื่อนี้ได้มาไฉน ทำไมไม่ใช้ iPad 3, iPad HD, iPad Plus หรือ iPad 2S อย่างที่ใครหลายคนเข้าใจกัน พอจะมีคำตอบมาเฉลยแบบดื้อๆ ให้วิเคราะห์กันครับ ส่วนสเปคเครื่องทั้งหมดเปรียบเทียบ ระหว่าง iPad 1, iPad 2 และ The new iPad อ่านรายละเอียดได้ ที่นี่ มาดูกันว่าความหนาและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากรุ่นเดิม พร้อมฟีเจอร์ใหม่จะเอาอยู่หรือไม่?

Name

ชื่อนี้ได้มาไฉน? หลายคนที่หาคำตอบก็คงยังไม่มีคำตอบจริงๆ ว่าทำไมต้องเป็น “The new iPad” นอกจากจะเชื่อตาม Phil Schiller รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดของ Apple ซึ่งได้ให้เหตุผลสั้นๆ แค่ว่า “ไม่อยากให้ใครมานั่งคาดเดาได้” (because we don’t want to be predictable) เอาหละสิ! แล้วอย่างนี้รุ่นต่อไปจะให้ชื่อเรียกว่าอะไรครับท่านรอง แล้วจะเป็นผลดีหรือผลเสีย หรือ..? อะไรตามมาหรือไม่? จะทำให้ลูกค้าเกิดความสับสนในชื่อเรียกหรือเปล่า? อยู่ๆ มา “iPad” แล้วก็ “iPad 2″ มา “The new iPad” ซะเด้อๆ อาจจะทำให้มองไปถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เตรียมจะปล่อยออกมาทั้งกลางปี ปลายปี ก็คงไม่มีใครคาดเดาชื่อได้ อย่างเช่น iPhone 5 อาจจะเป็น The new iPhone ก็เป็นได้ หรือมองไปถึง iPod Touch เป็น The new iPod ก็ว่ากันไป

เอาหละ สรุปแล้ว ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการก็ยึดตามหน้าเว็บไซต์ที่ทาง Apple ประกาศก็แล้วกัน คือ “The new iPad” หรือ iPad 3rd Generation นั่นแล..

ข่าวลือ จากข่าวลือว่า iPad รุ่นใหม่จะใช้ชื่อ iPad 3, iPad HDiPad Plus หรือ iPad 2S ถือว่าข้อนี้ ”ผิด”

Retina Display

ฟีเจอร์นี้ต้องยกให้โรงเรียน Apple เลย สำหรับการแสดงผลแบบ “Retina Display” ถ้าถามว่าอยากซื้อ iPhone 4S เพราะอะไร หลายคนตอบว่าอยากได้ Siri แล้วถ้าถามว่า อยากซื้อ The new iPad เพราะอะไร ผมคิดว่าหลายคนจะตอบว่า หน้าจอ Retina เพราะชัดกว่าเดิมมากกก.. คำว่ามากที่พูดถึงนั้นอยู่ในระดับความละเอียด 2048×1536 pixels (2 เท่าของ iPad 2) หรือ 264ppi (pixels per inch) ซึ่งจะทำให้หน้าจอแสดงผลระดับ Full HD (1080p) ได้เลยทีเดียว ซึ่งจุดนี้เองก็นำไปสู่การต่อยอดและส่งผลให้โปรแกรมต่างๆ พากันอัพเดทเพื่อรองรับจุดนี้ ไม่ว่าจะเป็น iPhoto, iMovie, Find my Friends, Find my iPhone, iBooks, Remote หรือ iTunes U เป็นต้น แล้วเราจะได้เห็นโปรแกรมอื่นๆ อัพเดทตามมาอีกเป็นขบวน เพราะตอนนี้มีโปรแกรมรองรับบน App Store มากกว่า 585,000 โปรแกรมแล้ว

จากรูปด้านบน เป็นการนำเสนอความละเอียดหน้าจอ Retina ผ่านโปรแกรมบน iPad 2 (ด้านซ้าย) และ The new iPad (ด้านขวา) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความละเอียดหน้าจอ Retina แบบใหม่ที่ Apple ภูมิใจนำเสนอถึงความคมชัดที่มากขึ้นเพียงใด? ต้องรอพิสูจน์หลังวางจำหน่ายแล้วอีกทีครับ

จากรูปด้านข้างเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างการเปรียบเทียบความละเอียดระหว่าง HDTV (1920×1080 pixels) และ The new iPad ที่ถือว่ามากกว่าเช่นกัน

ถ้าลองนำมาเปรียบเทียบกับอุปกรณ์อย่างอื่นดังนี้

  • ความละเอียด iPhone 1, 3G, 3GS เท่ากันที่ 480×320 pixels
  • ความละเอียด iPhone 4, 4S เท่ากันที่ 960×640 pixels
  • ความละเอียด iPad 1, 2 เท่ากันที่ 1024×768 pixels
  • ความละเอียด Blu-ray และระดับ Full HD เท่ากันที่ 1920×1080 pixels
  • และ The new iPad ละเอียดสูงสุดอยู่ที่ 2048×1536 pixels

วิดีโอด้านล่างเป็นอีกตัวอย่างการทำงานของความคมชัดสีที่มากขึ้นกว่าเดิมถึง 44% กับระดับสี 3.1 ล้านพิกเซล ที่อัดเข้าไปบนหน้าจอ 9.7 นิ้ว

ข่าวลือ ลือกันข้ามปีทีเดียวสำหรับฟีเจอร์นี้ และชี้ชัดตรงกันมาตลอดกับหน้าจอ Retina ระดับความละเอียด 2048×1536 pixels ข้อนี้ ”ถูก”

A5X

ชิปประมวลผลความเร็ว 1GHz Dual-Core Apple A5X พร้อม Quad-Core graphic ที่มาเพิ่มขุมพลังความเร็ว แรงและคุณภาพการแสดงผลให้เยี่ยมมากขึ้น รวมทั้งการใช้งานแบตเตอรี่ที่สามารถรักษาระดับ 10 ชั่วโมงกับการใช้งานทั่วไป และ 9 ชั่วโมงกับ Wi-Fi+4G

แน่นอนว่าการแสดงผล 3.1 ล้านพิกเซลในการเปิดแต่หน้าจอใช้งาน พร้อมกราฟิกที่อัพเกรดการประมวลผลสูงขึ้นระดับ Quad-Core เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างรวดเร็ว ยาวนานและมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าเดิม ทุกอย่างจึงจำเป็นต้องอัพเกรดขึ้นเท่าตัว

ต่อไปคงทำให้หลายคนเริ่มหันมาใช้งาน iPad มากขึ้น พอเปิด Smart Cover ก็สามารถ ทัช ทัช ได้ทันที ก่อนหน้าเคยใช้ไม่กี่โปรแกรม ต่อไปคงได้ใช้หลายอย่างมากขึ้น เพราะจะมีอีกหลายโปรแกรมและหลายความสามารถตามมา ดังนั้นแบตต้องอึดจริงๆ 42.5 watt-hour lithium-polymer ที่มากกว่าเดิมเกือบเท่าตัว (25 watt-hour) จะเอาอยู่หรือไม่? ต้องรอพิสูจน์กันต่อไป

ข่าวลือ ถือว่าข้อมูลจากเว็บไซต์จีน WeiPhone แม่นทีเดียวกับชิ้นส่วนหลุด และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งชิ้นที่ ”ถูก”

iSight Camera

ฟีเจอร์นี้จะพูดถึงการพัฒนาตัวกล้องของ The new iPad ใหม่ ที่ให้ความคมชัดมากขึ้น พร้อมเพิ่มความละเอียดกล้องด้านหลัง 5 megapixel วิดีโอรองรับ Full HD 1080p กล้องด้านหน้า VGA สำหรับ Facetime พร้อมฟังก์ชั่นการถ่ายรูป เช่น ปรับระดับแสงในที่ที่มีแสงจ้าและแสงน้อย ออโต้โฟกัส แตะเลือกโฟกัส และการจับโฟกัสที่ใบหน้า (Face detection) ได้

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เด่นไม่แพ้ฟีเจอร์อื่นๆ เพราะการตกแต่งรูปสำหรับนักถ่ายภาพแล้ว ถือว่าจำเป็นมากในการเลือกรูปถ่ายที่หน้างาน หรือการตัดต่อวิดีโอในระดับ Full HD คงได้สมใจนักเลงกล้องกันหละทีนี้

มาดูกันให้ชัดๆ ว่า iSight Camera ที่ว่านี้มีคุณสมบัติเด่นอะไรบ้าง จากรูปด้านล่าง จะประกอบไปด้วยเลนส์กล้องย่อยๆ ถึง 5 ชิ้น ซึ่งจะมีความไวเลนส์ หรือ ขนาดความกว้างสุดของช่องรับแสงของเลนส์อยู่ที่ f/2.4 โดยตัวเลขด้านหลัง คือ ค่าของอัตราส่วนระหว่างทางยาวโฟกัสของเลนส์กับเส้นผ่าศูนย์กลางของขนาดช่องรับแสง ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่เพียงพอที่จะทำให้ภาพรับแสงมากขึ้น และมีความคมชัดมากขึ้นด้วย

สังเกตลำแสงที่ส่งผ่านเลนส์แต่ละตัวแล้วทำให้อยากทดสอบเครื่องจริงขึ้นมาทันที จะได้เอามาเปรียบเทียบคุณภาพรูปที่ถ่ายกับกล้องดิจิตอลทั่วไปว่าจะแตกต่างกันมากแค่ไหน? ทำให้นึกต่อไปถึงความสามารถของกล้อง iPhone รุ่นต่อไปไม่ได้ว่า จะต้องรับอิทธิพลส่วนนี้ไปด้วยเป็นแน่ ดังนั้น ถ้า iPhone รุ่นใหม่ขยับจากความละเอียด 8 megapixel เป็นสูงขึ้น รับรองว่าคุณภาพของภาพที่ได้สู้กล้องดิจิตอลได้สบายทีเดียว

ข่าวลือ มีข้อมูลอ้างถึงแค่ว่าจะมีการปรับใหม่ แต่ไม่ได้ระบุว่าปรับเป็นเท่าไหร่ ถือว่า ”ถูก 50%”

4G LTE

เมื่อรู้ว่าจะมีฟีเจอร์นี้คงทำให้นักโหลดทั้งหลายดีใจกันยกใหญ่ เพราะ 4G LTE ตามทฤษฎีแล้วมีความสามารถดาวน์โหลดได้สูงถึง 100Mbps และความเร็วอัพโหลดได้ถึง 50Mbps เลยทีเดียว แต่.. และก็แต่.. อย่างที่ทุกคนรู้ว่าบ้านเรายังใช้ความสามารถระดับนั้นไม่ได้ ตอนนี้ได้แค่ 3G และได้แบบอย่างที่รู้ๆ กัน และ 4G ก็ขึ้นอยู่กับการให้บริการของผู้ให้บริการในแต่ละประเทศด้วย ซึ่งอาจจะคิดค่าแพ็กเกจเพิ่มหรือไม่ต้องรอดูกันอีกทีครับ

มองอีกมุมหนึ่ง การผลิตอุปกรณ์ที่สามารถรองรับ 4G ไว้รอก็อาจจะเป็นผลดี เพราะคงทำให้หลายประเทศเริ่มผลักดันที่จะนำบริการเครือข่ายที่รองรับ 4G มาใช้ด้วยเช่นกัน

กรณีถ้าเราสามารถใช้บริการนี้ได้ ก็จะทำให้ความสะดวกในการโหลดข้อมูลทำได้ทุกที่ที่สามารถใช้ The new iPad ได้ หรือรวมไปถึงอุปกรณ์ที่สามารถรองรับด้วย เพราะ The new iPad ได้ออกแบบเสาอากาศใหม่ เพื่อการเข้าถึงสัญญาณความถี่ที่มากขึ้น ซึ่งจะทำให้เราเข้าถึงเว็บเบราว์เซอร์ ดาวน์โหลดหนัง เพลง ได้เร็วขึ้น

ส่วนกรณีที่ยังไม่สามารถรองรับ 4G ได้ ก็ยังสามารถใช้ GSM/UMTS/HSPA+ และ DC-HSDPA ได้อยู่ ซึ่งจะทำให้ความเร็วในการดาวน์โหลดสูงถึง 42Mbps สำหรับ DC-HSDPA และ 21.1Mbps สำหรับ HSPA+

นอกจากนั้นเรายังสามารถใช้บริการ Personal Hotspot ในการแชร์สัญญาณจาก iPad ไปยังอุปกรณ์อื่นๆ เช่น MacBook Air, iPod Touch หรือ iPad ด้วยกัน ผ่าน Wi-Fi, Bluetooth หรือ USB ได้ รวมสูงสุดถึง 5 เครื่อง อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ข่าวลือ มีอ้างถึงเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ถือว่า “ถูก”

Dictation

อีกฟีเจอร์ที่เอื้อความสะดวกในการพิมพ์ข้อความตัวอักษร ด้วยการสั่งพิมพ์จากเสียงพูด ไม่ว่าจะเป็น

  • เขียนอีเมล
  • ส่งข้อความ
  • ค้นหาข้อมูลผ่านเว็บ
  • สร้างโน้ต

ซึ่งจะมีไอคอนไมโครโฟนบนแป้นพิมพ์ เพื่อรองรับการทำงานดังรูปด้านข้างนี้

นอกจากนั้นยังสามารถใช้งานโปรแกรม Facebook หรือ Twitter ได้อีก โดยการเปิดใช้งานโปรแกรมแล้วสั่งพิมพ์ข้อความด้วยเสียง เพื่ออัพเดทสถานะหรือทวีตข้อความได้

ข่าวลือ ไม่มีอ้างถึง

Smart Cover

ยังสามารถใช้ Smart Cover ร่วมกับ iPad 2 ได้ปกติ เพื่อปกป้องหน้าจอ The new iPad จากฝุ่นและรอยขีดข่วน ซึ่งต้องซื้อแยก ไม่ได้แถมมากับเครื่อง และมีให้เลือกหลายสีหลายแบบ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ข่าวลือ มีข้อมูลอ้างเมื่อปลายปีที่แล้ว ว่าจะสามารถใช้งานร่วมกับ Smart Cover ที่ใช้สำหรับ iPad 2 ได้ ถือว่า “ถูก”

AirPlay

ถือว่าเป็นอีกฟีเจอร์ที่เพิ่มมาเอาใจสำหรับคอทีวี โดย AirPlay สามารถเชื่อมต่อจาก iPad ไปยัง HDTV ผ่าน Apple TV ได้ เพื่อแสดงหน้าเว็บเพจ วิดีโอ เพลง หรือมองง่ายๆ ก็เป็นการนำเสนองานหรือมีเดียต่างๆ ออกทางหน้าจอทีวี ซึ่งจะไม่ต้องใช้สายอย่างที่เคยทำอีกต่อไป ว่าแต่ถ้าไม่มี Apple TV แล้วจะต่อผ่าน AirPlay ได้ไหม? แล้ว HDTV ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง? จอทีวีที่บ้านเราสามารถทำได้หรือไม่? คำถามที่ต้องรอทดสอบอีกแล้ว..

ข่าวลือ ไม่มีอ้างถึง

Price

Apple ประกาศว่าจะให้ราคาเท่ากับ ราคาของ iPad 2 ก่อนปรับลดราคา ซึ่งก็น่าจะเท่ากับราคาดังรูปด้านบนนี้ (แก้ไข Wi-Fi+4G แทน 3G)

ข่าวลือ มีข้อมูลอ้างก่อนเปิดตัวแค่ 4 วันว่าราคาจะเท่ากับ iPad 2 แต่ก็ถือว่า “ถูก” (อัพเดทด้านล่างแล้ว แพงกว่า 600 บาททุกรุ่น)

อัพเดทราคาผ่าน Apple Online Store Thailand แล้วตามนี้

รุ่น Wi-Fi

  • 16GB 16,500 บาท
  • 32GB 19,500 บาท
  • 64GB 22,500 บาท

รุ่น Wi-Fi+4G

  • 16GB 20,500 บาท
  • 32GB 23,500 บาท
  • 64GB 26,500 บาท

Release Date

  • รอบแรกเริ่มจำหน่ายวันที่ 16 มีนาคม 2555 ทั้งหมด 10 ประเทศ ดังนี้ US, Canada, UK, France, Germany, Switzerland, Japan, Hong Kong, Singapore และ Australia
  • รอบ 2 เริ่มจำหน่ายวันที่ 23 มีนาคม 2555 ทั้งหมด 25 ประเทศ ดังนี้ Austria, Belgium, Bulgaria, Czech Republic, Denmark, Finland, Greece, Hungary, Iceland, Ireland, Italy, Liechtenstein, Luxembourg, Macau, Mexico, The Netherlands, New Zealand, Norway, Poland, Portugal, Romania, Slovakia, Slovenia, Spain และ Sweden.
  • รอบ 3 เริ่มจำหน่ายวันที่ 20 เมษายน 2555 ทั้งหมด 12 ประเทศ ดังนี้ South Korea, Brunei, Croatia, Cyprus, Dominican Republic, El Salvador, Guatemala, Malaysia, Panama, St Maarten, Uruguay และ Venezuela
  • รอบ 4 เริ่มจำหน่ายวันที่ 27 เมษายน 2555 ทั้งหมด 9 ประเทศ Colombia, Estonia, India, Israel, Latvia, Lithuania, Montenegro, South Africa และ Thailand
  • รอบ 5 เริ่มจำหน่ายศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 2555 ทั้งหมด 23 ประเทศ ส่วนใหญ่เป็นโซนละตินอเมริกา ดังนี้ Argentina, Aruba, Bolivia, Botswana, Brazil, Cambodia, Chile, Costa Rica, Curaçao, Ecuador, French Guiana, Guadeloupe, Jamaica, Kenya, Madagascar, Malta, Martinique, Mauritius, Morocco, Peru, Taiwan, Tunisia และ Vietnam
  • รอบ 6 เริ่มจำหน่ายเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 2555 ทั้งหมด 7 ประเทศ โซนตะวันออกกลาง ดังนี้ Bahrain, Egypt, Jordan, Kuwait, Qatar, Saudi Arabia และ United Arab Emirates

สรุปข่าวลือ ถึงแม้จะลือกันมากกว่านี้ แต่ถ้าให้คะแนนตามฟีเจอร์ด้านบนแล้วก็ถือว่า ข่าวที่ลือกันมามีความถูกต้องมากกว่า 50% เลยทีเดียว ดังนั้นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของ Apple เช่น iPhone 5 หรือ The new iPhone และอื่นๆ ก็น่าจะมีความเป็นไปได้อย่างที่ลือเช่นกัน! โดยเฉพาะช่วงที่ผลิตภัณฑ์ใกล้เปิดตัว จะแม่นเป็นพิเศษ!

ถึงแม้ฟีเจอร์ที่กล่าวมาทั้งหมด จะทำให้หลายคนเริ่มสนใจและอยากได้มาครอบครอง เตรียมตัวเป็นเจ้าของทั้งสาวกใหม่และเก่า แต่อย่าลืมว่าเทคโนโลยีมาเร็ว ไปเร็ว สังเกตจาก iPad 1 ที่ตอนนี้ถูกพัฒนาก้าวกระโดดมาเป็น The new iPad มีอะไรเปลี่ยนไปแค่ไหน? The new iPad รุ่นต่อไปก็จะทิ้งห่างรุ่นนี้ด้วยเช่นกัน จงใช้เทคโนโลยีให้เป็น และคุ้มค่ากับความสามารถที่มีอยู่ แล้วเราจะไม่เสียดายเมื่อวันที่รุ่นใหม่มาแทนที่ แล้วรุ่นเก่าก็ตกรุ่นไป..

ที่มา: Apple