SHA เทคโนโลยีที่ถูกซ่อนในหน้าจอ Retina ของ The new iPad

ทำไม Apple เลือกหน้าจอการแสดงผลที่รองรับ Retina มาใช้กับ The new iPad? เป็นคำถามที่อาจมีหลายเหตุผล เพื่อเป็นผู้นำเทคโนโลยี เพื่ออัพเกรดตัวเครื่อง เพื่อผลักดันยอดขายขึ้นนำในตลาดกลุ่ม PC (notebook/desktop/server) และอื่นๆ แล้วทำไมต้องเลือก Retina? เป็นอย่างอื่นได้หรือไม่? หรือเพราะว่า iPhone 4 นำมาใช้แล้วก็ต่อยอดที่ iPad ได้เลย.. มาลองคิดกันว่านอกจาก The new iPad อัดจุดภาพเล็กๆ ที่เรียกว่า พิกเซล ที่ประกอบกันหลายๆ พิกเซลรวมเป็นรูปภาพขึ้นมาถึง 3.1 ล้านพิกเซล บนหน้าจอ 9.7 นิ้ว ซึ่งเล็กกว่ากระดาษ A4 และถือว่าเพิ่มจากเดิมที่มีแค่ 0.79 ล้านพิกเซลหลายเท่าทีเดียว แล้วมีอะไรซ่อนไว้อีกหรือไม่?

การยัดจำนวนพิกเซลไว้มากเท่าไหร่? ก็ต้องเพิ่มตัวรับสัณญาณหน้าจอสัมผัสมากตามแต่ละพิกเซลด้วย ถ้าดูวิดีโอด้านล่างจะเห็นว่า ได้รวบเอา 4 ช่องรวมเป็น 1 ช่อง หรือเพิ่มขึ้นจากเดิม 4 เท่าทีเดียว ดังนั้นสายรับสัญญาณก็ต้องเบียดกันมากขึ้นในพื้นที่เล็กๆ จึงอาจทำให้เกิดปัญหาที่เรียกว่า “Cross-talk” (ประมาณว่า ความละเอียดมากขึ้น หรือความจุมากเป็นเท่าตัว) แล้วจะมีกลไกอะไรมาช่วยทำงานตรงนี้บ้าง มาดูกันครับ..

รูปประกอบโครงสร้างการทำงานของหน้าจอ LCD (ด้านซ้าย) SHA (ด้านขวา)

DisplaySearch เผยหมัดเด็ดที่ Apple ซ่อนไว้ในการทำงานของหน้าจอ Retina ก็คือ การแยกชั้นพิกเซลออกจากสายรับสัญญาณสัมผัส โดยมีสารเคลือบอะคลีลิค (Acrylic) หนาเพียง 3 ไมโครเมตร (เขตพื้นสีม่วง) แทรกตัวอยู่ระหว่างกลาง (รูปประกอบด้านบนขวามือ) จะทำให้เกิดพื้นที่ว่างระหว่างชั้น ซึ่งจะส่งผลดีให้หน้าจอมีความสว่างมากขึ้น และภาพที่เห็นมีความคมชัดมากขึ้นด้วย

เทคโนโลยีนี้เรียกว่า Super High Aperture หรือ SHA ที่ Apple ภูมิใจยัดเข้าไปใน The new iPad แต่.. Apple ไม่ได้เป็นผู้สร้างเทคโนโลยีนี้ Sharp และ JSR เป็นผู้บุกเบิกและพัฒนาเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งเคยมีนักวิเคราะห์ยืนยันว่า Sharp ก็เป็นหนึ่งในผู้ผลิตชิ้นส่วนหน้าจอให้ iPad รุ่นใหม่ด้วยเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายนัก เพราะมีต้นทุนการผลิตสูงและมีขั้นตอนซับซ้อนมาก

อย่างไรก็ตามคุณภาพของหน้าจอระดับความละเอียดสูงก็เป็นสิ่งจำเป็นของอุปกรณ์พกพาทั้งหลาย แหล่งข้อมูลรายงานว่ามากกว่า 25% ของหน้าจอ LCD ทุกวันนี้ ได้เริ่มนำเทคโนโลยีนี้มาใช้งานแล้ว และ Apple ก็ไม่มองข้ามจุดนี้ไป รีบนำมาพัฒนาเพิ่มฟีเจอร์ใน iPad ให้เราได้ใช้กัน

หลังจากนี้คงเป็นหน้าที่ของนักพัฒนาที่ต้องเตรียมปรับโปรแกรมทั้งหมดให้รองรับกับหน้าจอ Retina ต่อไป

แน่นอนว่า Apple คงไม่หยุดความละเอียดไว้แค่นี้! ในอนาคตก็ต้องเพิ่มอีกหลายเท่าตัว ความคมชัดจะมากแค่ไหน? แน่นอนว่าความเร็ว กราฟิก แบตเตอรี่ และอื่นๆ ก็ต้องเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เพื่อให้การทำงานเป็นอย่างรวดเร็ว สะดวกและดีกว่าเดิม แต่ในทางกลับกัน ของเก่าที่ตกรุ่นไปก็จะมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัวด้วยเช่นกัน ในอนาคตผู้ผลิตคงต้องมองถึงปัญหาขยะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กันด้วย ถึงจะเรียกว่า “รักษ์โลก รักเรา รักเทคโนโลยี”

ที่มา: Mashable