รีวิวเคส iPhone 4/4S: X-Doria Defense 360 เคสใสรอบตัว พร้อมปกป้อง 360 องศา [iReview Ads]

มีเคสดีๆ มาแนะนำกันอีกแล้วครับ เคส X-Doria Defense 360 เคสใสรอบตัวปกป้องเครื่องได้ 360 องศา จากค่าย X-Doria สหรัฐอเมริกา ปกป้องทั้ง ด้านหน้า ด้านหลัง และ ด้านข้างกันเลยทีเดียว อีกทั้งยังสามารถสัมผัสหน้าจอได้ตามปกติ โดยไม่ต้องแกะเคสชิ้นหน้าออก ด้วยความบางเพียง 0.5 มิลลิเมตร ทำให้เรารู้สึก เบา สบาย เหมือนไม่ได้ใส่เคส วัสดุทำจากโพลีคาร์บอเนต ยืดหยุ่นสูง ป้องกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี เสน่ห์ความใสด้านหน้าและขาวขุ่นด้านหลังเคส พร้อมความแข็งแรงที่มั่นใจให้ปกป้องน้อง iPhone 4/4S ของเราได้แน่นอน..

ก่อนอื่นมาเริ่มรีวิวตั้งแต่กล่องด้านนอก ซึ่งส่วนมากทุกคนต้องอ่านฉลากด้านข้างเป็นอันรองจากรูปลักษณ์ที่มองครั้งแรกอยู่แล้ว หลังจากนั้นเราจะมาแกะกล่องดูรูปโฉมเคสกัน พร้อมทดสอบกับตัวเครื่อง iPhone 4 โดยรีวิวนี้จะใช้ iPhone 4 สีขาว ส่วนสีดำต้องรอให้เพื่อนๆ นำไปช่วยกันทดสอบครับ

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนจาก www.bbiphone.com ที่ส่งสินค้ามาให้ทดสอบ หากใครสนใจสั่งซื้อสินค้าสามารถคลิกลิงค์เว็บไซต์ได้เลย

แกะกล่องเจออะไรบ้าง?

ด้านหน้า-ด้านข้าง-ด้านหลัง-ด้านข้างกล่อง

ฉลากข้างกล่องเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะเรามองไม่เห็นตัวเคสด้านใน แต่รูปด้านหน้าก็บอกแค่ลักษณะว่ามี 2 ชิ้นประกอบกัน ตัวเครื่องอยู่ตรงกลาง ก็ถือว่าทำเป็นรูปแบบประกอบเข้าใจง่ายดี สังเกตตัวอักษรด้านบน X-Doria ยี่ห้อเคส พร้อมรองรับ iPhone 4/4S และข้อมูลของเคสแบบโปร่งใสอยู่ด้านหลัง

ส่วนด้านหลังบอกคุณสมบัติต่างๆ ของเคส บอกความหนา 0.5 มิลลิเมตร ตัวเคสทำจากโพลีคาร์บอเนต ทนต่อรอยขีดข่วน ก้อนหิน สิ่งสกปรกต่างๆ พร้อมปกป้องทั้งด้านหน้า ด้านหลังและด้านข้าง อีกทั้งด้านหน้าสามารถใช้งานหน้าจอสัมผัสผ่านตัวเคสได้อีกด้วย

และด้านท้ายกล่องบอกแหล่งผลิต บาร์โค้ด และอื่นๆ ตามรูปด้านล่างครับ

ส่วนด้านบนกล่องออกแบบที่จับได้น่ารักทีเดียว ผมว่าตรงนี้มีประโยชน์ดีนะ นอกจากเอาไว้จับแล้วยังสามารถดึงเวลาเปิดกล่องได้อีกด้วย

วิธีเปิดกล่องก็ไม่ยากครับ แกะเทปกาวที่ติดไว้ทั้ง 2 ข้างออก เสร็จแล้วก็ดึงที่จับขึ้น ใช้นิ้วสอดเข้าไปดึงกล่องใส่เคสออกมา แค่นั้นครับ

พอนำออกมาจากกล่องก็จะเห็นตัวเคสห่ออยู่ในกล่องใสอีกทีหนึ่ง ตามรูปด้านล่าง อุปกรณ์ในกล่องมีแค่นี้ครับ ไม่มีผ้าเช็ดหรือกันรอยมาให้ มีแค่ตัวเคส 2 ชิ้นเท่านั้น

หลังจากนำกล่องใสมาแกะตัวเคสออก ก็จะเห็นเคสตัวจริงอยู่ในบล็อกจำลองเครื่อง iPhone กระดาษ รูปด้านล่างจะโชว์ส่วนของด้านหน้าและด้านหลังให้เห็นดังนี้

เป็นไงครับ หลังแกะกล่องออกมาให้เห็นกันแล้ว ต่อไปมาดูว่าเคส X-Doria Defense 360 จะน่าใช้แค่ไหน?

มุมมองตัวเคส!

หลังจากแกะตัวเคสแล้วจะมี 2 ชิ้นเท่านั้น ซึ่งก็พร้อมนำไปประกอบที่ตัวเครื่อง iPhone ได้เลย ลองอ่านรายละเอียดรีวิวดูประกอบการตัดสินใจกันก่อนครับ

มาดูเคสฝาหลัง ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนที่มีสีขาวขุ่น ผิวด้านในเรียบ ผิวด้านนอกจะด้าน ซึ่งให้ความรู้สึกจับแน่นมือดี ไม่ลื่นครับ โดยส่วนฝาหลังนี้จะมีช่องกล้องหลัง และปุ่มควบคุมเสียงด้านข้าง

จะสังเกตเห็นโลโก้พร้อมตัวอักษร “X-Doria” อยู่ด้านข้างของฝาหลังด้วยครับ ส่วนฝาหน้าจะรับหน้าที่รองรับปุ่ม Home ช่องต่อพอร์ต ช่องลำโพง ช่องเสียบหูฟัง ปุ่มปิด/เปิดหน้าจอ และกลุ่มช่องลำโพงโทรศัพท์ กล้องด้านหน้า และ ตัวเซนเซอร์ มีรายละเอียดดังนี้

จะสังเกตว่ามีตะขอเกี่ยวกับตัวเครื่องบนขอบปลายของเคสฝาหน้าด้วยครับ ซึ่งส่วนนี้เองจะทำให้เครื่องยึดติดแน่น ไม่หลุดง่าย

ดูรูปตะขอเกี่ยวที่ว่ากันให้ชัดๆ

วิเคราะห์รายละเอียดส่วนลึก

ลองเปลี่ยนฉากหลังเป็นสีเข้มขึ้นเพื่อให้เห็นรายละเอียดของเคสได้ดีขึ้นบ้างครับ (หรือเปล่า?) โดยส่วนนี้จะออกแนวสำรวจความหนา ความแข็งแรงของตัวเคสทั้งฝาหน้าและหลัง เริ่มก่อนด้วยการดัดโค้งฝาหน้า จากตัวอย่างมี 2 รูปสลับข้างกัน ส่วนฝาหลังดัดไม่ได้ครับ แข็งเกิน จะเห็นว่าให้ความยืดหยุ่นและความเหนียวของพลาสติกได้เป็นอย่างดี

จริงๆ อยากจะดัดให้โค้งมากกว่านี้ ว่าจะได้โค้งแค่ไหน? แต่กลัวจะรีวิวต่อไม่ได้ คงต้องฝากเพื่อนที่สนใจเป็นเจ้าของทดสอบต่อให้ครับ

ฝาหลัง (ซ้าย) และ ฝาหน้า (ขวา)

ตัวอย่างนี้ลองประกบคู่ดูก่อนทดสอบกับเครื่องจริง ให้เห็นมุมแต่ละส่วนของทั้งสองฝา โดยมีฝาหน้าอยู่ด้านขวามือ และฝาหลังด้านซ้าย ลองดูตัวอย่างอื่นหลายๆ มุมดังนี้

ลองสังเกตการประกบคู่จะไม่มีสลักหรือขอเกี่ยวเวลาประกอบเครื่องจริงระหว่างฝาทั้งสองนะครับ ประมาณว่าใส่แต่ฝาหน้าก็อยู่ได้ หรือฝาหลังอย่างเดียวก็เท่ห์ไปอีกแบบ แล้วจะเอาส่วนไหนเกี่ยวไว้กับเครื่องหละครับ? ถ้าใครสังเกตดีๆ จะเริ่มเห็นกันแล้ว ไม่เป็นไรครับ รอติดตามกันต่อไป มีรายละเอียดชัดๆ กันแน่นอน…

มาถึงความหนาที่หลายคนอยากรู้กันบ้าง ใส่แล้วจะเกะกะ เทอะทะแค่ไหน ต้องขอบอกว่าบางครับ พิสูจน์กันด้วยเหรียญหนึ่งบาท หยิบออกมาเทียบดูกันเลยว่าจะบางแค่ไหน ส่วนรูปด้านล่างนี้เป็นเคสฝาหลัง

จัดไปสองรูปคนละมุม เพื่อให้เห็นกันชัดๆ ว่าบางจริงๆ ก็น่าจะเป็นไปตามฉลากข้างกล่องได้แจ้งเอาไว้ หนา 0.5 มิลลิเมตร

คราวนี้ลองมาดูเคสฝาหน้ากันบ้าง เอาเหรียญบาทวางลงไปเช่นกัน แต่จะสังเกตเห็นว่ามีขอบนูนขึ้นมาด้านข้างของฝาหน้าทั้งสองข้าง ดังรูปด้านล่าง ขอบจะนูนขึ้นมาสูงเกือบเท่าความหนาครึ่งเหรียญบาทเลยทีเดียว ว่าแล้วขอบนี้เอาไว้ทำอะไรครับ?

จากที่สังเกตอย่างละเอียด? น่าจะเอาไว้เกี่ยวกับฝาหลังหรือเปล่า? แต่ฝาหน้าและหลังไม่มีอะไรเกี่ยวกันไว้เลยครับ แบบว่าไม่ง้อกันเลย ขาดอีกฝ่ายก็ไม่รู้สึกเหงาว่างั้น ..ดูไปดูมาก็น่าจะเป็นขอบที่เอาไว้รองตัวเคสและหน้าจอเวลาสัมผัสครับ เพื่อไม่ให้ฝาหน้าเคสที่เราแตะลงไปแนบชิดติดหน้าจอจนเกินไป ช่างเข้าใจออกแบบดีจริงๆ

ส่วนขอบจะนูนขึ้นสูงแค่ไหน ดูรูปด้านบนประกอบ สรุปแล้วเคสหน้าบางแค่ไหน? ต้องดูรูปด้านล่างอีกซะแล้ว เอาเหรียญไปเทียบกับช่องสำหรับปุ่ม Home ก็ถือว่าบางพอๆ กับเคสฝาหลังครับ

ดูต่อกันอีกซักหน่อย รูปด้านล่างนี้เป็นฝาด้านหน้าส่วนของช่องต่อพอร์ต Sync จะเห็นว่าพอเอาเหรียญลงไปวัดความลึกก็จะได้มิดความหนาของเหรียญพอดี และพอเลื่อนเหรียญออกมาตรงขอบก็จะเจอกับสันนูนอย่างที่พูดไปแล้ว

เอาหละครับ ใครอยากรู้ความหนาก็คงพอคร่าวๆ กันเท่านี้ก่อน ต่อไปเรามาดูการประกอบกับเครื่องจริง ว่าจะออกมาสวยเด็ดถูกใจกันแค่ไหน?

วิธีประกอบเคสกับเครื่อง iPhone 4 สีขาว

ก่อนอื่นก็ต้องเตรียมเครื่อง iPhone 4 หรือ 4S พร้อมเคส X-Doria Defense 360 ที่แกะออกจากกล่องเตรียมประกอบดังรูปด้านล่าง

นำด้านข้างเครื่อง iPhone 4 ฝั่งที่มีปุ่มควบคุมเสียงสอดเข้าไปก่อน ประมาณเหมือนใส่ถ่านนาฬิกาปลุก รีโมททีวี หรืออะไรแบบนั้น.. หลังจากสอดเข้าไปดังรูปด้านล่างแล้ว ค่อยกดอีกด้านลงให้มิด และไล่กดทุกมุมให้สนิทครับ

และแล้วก็เสร็จไปหนึ่งฝาหลัง ถ้าใครพอใจที่จะไม่ใส่ฝาหน้าผมว่าก็เหมือนเคสบางรุ่นที่ทำเฉพาะด้านหลังแบบที่เห็นดังรูปด้านล่างนะครับ เท่ห์ดีไปอีกแบบ ต่อไปก็จะลองประกบฝาหน้าลงเบาๆ เพื่อให้เจอกับฝาหลังอย่างลงตัวครับ

เกี่ยวเคสฝาหน้าลงด้านบนเครื่องที่มีปุ่มปิด/เปิดก่อน ส่วนด้านที่ไม่มีปุ่ม หรือแค่ดันลงอย่างเดียวเอาไว้ทีหลังครับ เสร็จแล้วค่อยกดอีกด้านลงอย่างเบาๆ ซึ่งก็จะเห็นว่าให้ความรู้สึกนิ่มมือจริงๆ อยากให้ทุกคนลองเอาไปกดดูครับ

เสร็จแล้วก็นำเครื่องพร้อมเคสไปใช้งานกันได้เลย.. ส่วนวิธีการถอดเคสออกจากตัวเครื่องมีแนะนำกันช่วงท้าย ง่ายนิดเดียว..

ถึงขั้นตอนนี้ มีใครเริ่มสนใจเคสนี้มาบ้างหรือยัง? ประกอบแล้วตัวเครื่องจะหนากว่าเดิมเล็กน้อย อีกทั้งหน้าจอสัมผัสยังมีเคสอีกชั้นปิดไว้ด้วย สำหรับคนที่ไม่ได้ซื้อกันรอย ถือว่าเคสนี้จัดให้ด้วยเลยในตัว คนรีวิวเองยอมถอดฟิล์มกันรอยหน้าจอทิ้งไปเลย (ซื้อมาถูกและเก่าแล้ว) เพราะอยากรู้ว่าจะเข้ากันได้ดีแค่ไหน? เวลาสัมผัสหน้าจอจะตอบสนองดีหรือไม่? ติดตามกันต่อไปครับ

ทดสอบกับเครื่อง iPhone 4 สีขาว

คราวนี้เรามาดูว่าเคส X-Doria Defense 360 จะเข้ากับเครื่อง iPhone 4 สีขาวได้เนียนขนาดไหน? จะถูกใจกันหรือไม่?

เปิดมาพร้อมด้านล่างช่องเสียบพอร์ต Sync และด้านข้างจะมองทะลุเห็นช่องใส่ซิมการ์ด ซึ่งส่วนนี้หลายๆ เคสก็ออกแบบคล้ายกัน คือ ไม่มีช่องโหว่ ทำออกมาเรียบทั้งด้าน แต่ X-Doria Defense 360 จะมีตัวอักษรนูนเฉพาะด้านนอก พิมพ์โลโก้ด้านหน้าตามด้วยคำว่า “X-Doria” ซึ่งเป็นชื่อยี่ห้อเคสนั่นเอง

ดูกันชัดๆ กับชื่อที่สลักด้านข้างเคส ด้านในจะเรียบ จะนูนเฉพาะด้านนอกเท่านั้น รูปด้านล่างจะเป็นส่วนด้านหลัง ผิวเคสจะออกแนวด้านและขุ่น แต่ก็ยังสามารถมองเห็นสัญลักษณ์ Apple และข้อความได้อย่างชัดเจน

จุดที่น่าสนใจ

ร่องความลึกของปุ่ม Home ที่เราใช้งานบ่อยที่สุด จะสะดวกในการใช้งานกันแค่ไหน? ดูรูปประกอบด้านล่างครับ

ก็เป็นธรรมดาของเคสในลักษณะนี้ ความคุ้นเคยของการสัมผัสอาจจะไม่ชินสำหรับคนที่ไม่เคยใส่เคสลักษณะนี้มาก่อน แต่พอใช้ไปซักพักก็ชินครับ ไม่เป็นอุปสรรคในการใช้งาน

ช่องถ่ายกล้องด้านหน้า ถ้าเคสที่ทำออกมาไม่ดีพออาจจะปิดทัศนวิสัยการมองภาพได้ แต่เคสนี้ถือว่าใช้ได้ ไม่บดบังแต่อย่างใด และยังมีช่องลำโพงขณะรับสายและตัวเซนเซอร์ที่สั่งให้ไฟหน้าจอดับรวมอยู่ด้วยกัน

อีกปุ่มที่เราใช้บ่อยก็เป็นปุ่มปิด/เปิดเครื่องและหน้าจอ การจิ้มนิ้วลงไปในรูร่องลึกก็อาจจะทำไม่สะดวก แต่เคสนี้ก็ถือว่าใช้ได้ครับ ดูรูปด้านบนประกอบ

นอกจากปุ่มปิด/เปิดแล้วยังต้องทดสอบเสียบสายหูฟังด้วยครับ ว่ามีปัญหาการเสียบหรือไม่? ก็ถือว่าผ่าน ตามรูปด้านบนครับ

แผงปุ่มควบคุมเสียงก็ใช้บ่อยไม่แพ้กัน ช่องนี้ไม่เป็นปัญหา เพราะตัวเคสทำเปิดกว้าง กดง่ายครับ

มาดูช่องต่อพอร์ตด้านล่าง ถ้าเราเดินเข้าไปเลือกที่ร้านคงกะเอา หรือจะลองเสียบทดสอบคงต้องแกะกล่องเคสกันเลยครับ แต่เคสส่วนใหญ่ก็ไม่น่ามีปัญหาตรงส่วนนี้ เดี๋ยวขอทดสอบให้เลยดีกว่า เผื่อใครเล็งๆ เคสนี้อยู่ ตามรูปด้านบนเสียบได้พอดีครับ ไม่มีปัญหาใด

และกล้องก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ต้องดูช่องแฟลชควบคู่ไปด้วย แต่เคสนี้เปิดกว้างใช้งานได้ดีครับ

ส่วนหน้าจอสัมผัสที่อาจจะมีหลายคนกังวลว่าจะทำงานได้ดีแค่ไหน หลังจากทดสอบแชท Line และ WhatsApp กับเพื่อนแล้ว ถือว่าไม่แตกต่างมากเมื่อเทียบกับหน้าจอที่ไม่มีอะไรปิดอยู่เลย ช่วงแรกอาจจะยังไม่คุ้นนิ้ว อาจจะใช้น้ำหนักจิ้มลงไปแรงกว่าปกตินิดหนึ่ง แต่ไม่ได้ทำให้การใช้งานยากอย่างที่คิดครับ มีวิดีโอด่านล่างสาธิตการทำงานประกอบด้วย

ยังมีรูปประกอบการทดสอบเพิ่มเติมด้านล่างสุดให้รีวิวกันครับ ลองคลิกดูรูปเพื่อขยายใหญ่ได้เลย..

วิธีถอดเคส

ขอพูดถึงเคสฝาหน้าที่มีตะขอเกี่ยวส่วนปลายเคส จากรูปด้านล่างนี้เป็นส่วนที่เคสเกี่ยวไว้กับตัวเครื่อง ซึ่งเป็นขอบโลหะเครื่อง iPhone 4/4S ซึ่งจะไม่เกี่ยวข้องกับเคสฝาหลังเลย ถ้าเราดันในส่วนนี้ให้หลุดออก เคสฝาหน้าก็หลุดแล้วครับ แต่พอนำเคสฝาหลังมาประกบ เลยทำให้เราไม่สามารถดันตะขอหลุดได้ง่าย และเพื่อประโยชน์เวลาใช้งานด้วย

และในส่วนของเคสฝาหลัง จะมีรอยขอบเว้าเข้าด้านในเล็กน้อย ดังรูปด้านล่าง ทีแรกก็คิดว่าจะมีไว้ทำอะไร มีไว้เพื่อสิ่งนี้นี่เองครับ

กรณีประกอบเสร็จแล้วจะมีรอยเว้าเข้าไปตัวเครื่องเล็กน้อย สังเกตจากรูปด้านล่าง ส่วนนี้เวลาที่เราต้องการแกะเคส หรือถอดเคสออก แค่เอาเล็บแคะเข้าไป แล้วดันตะขอตามรูปแรกที่เกี่ยวขอบโลหะเครื่องไว้ แค่นี้ก็ดึงฝาหน้าออกได้แล้วครับ

ส่วนฝาหลังในทำนองเดียวกัน ก็จะมีส่วนที่เกี่ยวกับขอบโลหะเครื่องเช่นกัน ดังรูปด้านล่าง ให้เราดันด้านที่ไม่มีปุ่มออกก่อนครับ พอออกแล้วก็ถอดฝาหลังออกได้เลย

วิธีถอดไม่ยากครับ ง่ายนิดเดียว แต่พอใส่แล้วกลับแน่นมาก แต่ถอดง่าย จุดนี้ทำออกมาได้เนียนทีเดียวครับ

สรุปผลการทดสอบ

หลังจากทำการทดสอบแล้ว มาดูรายละเอียดและข้อดีและข้อเสียกันครับ

สรุปรายละเอียด
หัวข้อ รายละเอียด
ลักษณะรวมภายนอก ด้วยความใสของเคสทำให้มองเห็นตัวเครื่องได้เหมือนไม่ได้ใส่เคสจริงๆ มีแต่ความหนาที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย งานประกอบทำดี ประกอบเคสง่าย แกะออกง่าย ติดแน่นไม่หลุด ไม่ลื่นมือ
วัสดุประกอบเคส ตัวเคสทำจากพลาสติกแข็งชนิดโพลีคาร์บอเนต ที่มีความโปร่งใส และแข็งแรงมาก ต้านทานจากรอยขีดข่วนได้ดี นิยมนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์แทนแก้วหรือกระจก โดยเฉพาะส่วนหน้าจอสัมผัส ตอบรับการทำงานได้เป็นอย่างดี
งานประกอบ ถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว ตัวล็อคแน่น ยึดติดเคสไม่หลุดง่าย
ช่องเสียบหูฟัง ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเสียบเข้า/ออก
ช่องกดปิด/เปิดเครื่อง ช่องเปิดกว้าง ถนัดในการปิด/เปิด
ช่องเพิ่ม/ลดเสียง ช่องเปิดกว้าง สะดวกในการเพิ่ม/ลด
ช่องต่อพอร์ต เสียบสายเข้าออกได้พอดี สะดวกในการใช้งาน
การประกอบ ถือว่าง่ายมาก แค่วางให้ตรงตำแหน่ง ก็กดเข้าล็อคได้เลย
การแกะถอด แค่ทำตามขั้นตอนด้านบน จากที่ได้ทดสอบ ถือว่าง่ายครับ
การดูแลรักษา เช็ดน้ำหกออกได้ง่าย ไม่เลอะฝังลึก แต่เคสเป็นแบบใสต้องคอยระวังรอยขีดข่วนให้ดี

ข้อดี

  • รูปลักษณ์ที่สวยงามถือว่าออกแบบได้ลงตัวมาก
  • จุดล็อคทำให้เคสยึดแน่นกับ iPhone 4/4S ได้ดี และประกอบง่าย รวมถึงถอดเคสง่ายด้วย
  • สะดวกในการใช้งานปุ่มปิิด/เปิดเครื่อง ปรับลด/เพิ่มเสียง
  • ทำความสะอาดง่าย
  • หน้าจอสัมผัสให้การตอบสนองผ่านเคสได้ดี
  • ทำจากวัสดุพลาสติกประเภทโพลีคาร์บอเนต ทำให้มีความแข็งแรงและทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดี
  • ไม่ต้องซื้อกันรอยรอบเครื่อง เพราะเคสจัดให้แล้ว

ข้อเสีย

  • ใช้ไปนานๆ สีของพลาสติกจะเหลืองหรือไม่? เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น เนื่องจากตัวเคสมีส่วนที่ปิดกับหน้าจอสัมผัสด้วย อาจจะทำให้สีที่มองเวลาใช้งานเพี้ยนก็เป็นได้
  • ส่วนของหน้าจอสัมผัสต้องคอยระวังส่วนนี้ให้ดี เพราะถ้าเกิดรอยข่วนอาจจะเปลี่ยนทั้งเคส ไม่ใช่เปลี่ยนแค่ฟิล์มเหมือนกันรอย

โดยรวมแล้วถือว่าใช้ดีครับ เวลาจับได้พื้นด้านของฝาหลังทำให้ไม่ลื่นมือ งานประกอบดี หลังจากรีวิวแล้ว ถ้าให้มองกับเคสทั่วๆ ไปราคาพอๆ กัน ถือว่าเคสนี้เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจมากครับ

ราคาสินค้า : 990 บาท

หากท่านสนใจสินค้าตัวที่ทีมงานรีวิวนี้สามารถคลิกสั่งซื้อได้ ที่นี

ขอบคุณผู้สนับสนุน www.bbiphone.com ที่ส่งเคสร่วมรีวิวกับ iReview Ads ด้วยครับ

สำหรับใครที่ได้เคสนี้มาเป็นเจ้าของแล้ว ก็ขอให้สนุกและมีความสุขกับการใช้เคส X-Doria Defense 360 นะครับ ถ้ามีอะไรฝากติชม หรือ แนะนำก็ขอบคุณมากครับ